Doki Doki – どきどき Jewelry Exhibition

ใกล้พลบค่ำของวันอาทิตย์ เดือนเมษาหน้าร้อน ตั้งอกตั้งใจปักหมุดจะไปดูนิทรรศการนี้ให้ได้ นิทรรศการนี้ชื่อ Doki Doki (โดคิ-โดคิ)どきどき คือ Onomatopoeia เป็นอาการอย่างนึงในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า ‘ความตื่นเต้น’ โดย Jewelry Designer สาวชาวญี่ปุ่น ‘Itoaya’ (อาญะ) ที่พำนักอยู่ในกรุงเทพฯ นานกว่า 11 ปี จัดเป็นมุมเล็กๆ ของคูหาที่ 2 ใน ATTA Galley

บิ๊ บิ๊  | วาคุ วาคุ | ยาคิ โมคิ | โตคุ โตคุ | ซาวะ ซาวะ | ฮาระ ฮาระ | คุซูง | อุคิ อุคิ  คือชื่อของชิ้นงานศิลปนิพนธ์ ปริญญาโท ด้านออกแบบเครื่องประดับ ของคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งหมดที่อาญะได้นำเสนอในนิทรรศการครั้งนี้ ‘ทุกชิ้นสามารถเข้าไปทดลองหยิบจับเล่นได้ สร้างบรรยกาศความเคลื่อนไหวให้ห้องดูมีความสนุกทีเดียว แต่ระมัดระวังอย่างเบามือนะคะ ทุกชิ้นค่อนข้างละเอียดสมกับเป็นชาวญี่ปุ่นที่แท้จริง

ทั้งหมดตั้งต้นจากคำว่า ‘Onomatopoeia’ คือการเลียนเสียงธรรมชาติ แสดงความรู้สึกตื่นเต้น ในชิ้นงานทั้งหมดจะพูดถึงสภาพที่หัวใจเต้นแรง เสียงอันมาจากลักษณะของหัวใจ อันเกิดมาจากความประหม่า ความตกใจ ความกลัว ความกังวล ความยินดีและการคาดหวัง เป็นเสียงต่างๆ จึงเป็นชื่อชิ้นงานแต่ละชิ้นของเธอ โดยมุ่งเน้นไปที่การเคลื่อนไหวได้ของชิ้นงาน เพื่อนำเสนอเรื่องเสียงหรือภาพที่สร้างให้เกิดเป็นภาษา โดยเธอได้ศึกษาผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงและได้การยอมรับระดับโลก คือ Alexander Calder, George Rickey,Tim Prentice

Materials ที่อาญะเลือกใช้คือ ทองเหลือง ด้าย กระดาษ และผ้า ในโทนสีขาวเป็นส่วนใหญ่ ขึ้นรูปประกอบเป็นชิ้นงานที่องค์ประกอบค่อนข้างน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มสุดสุด เห็นแล้วต้องกรี้ดดดด และอยากได้มาครอบครองโดยไม่มีสาเหตุจริงๆ โชคดีมากที่ได้มาวันนี้เพราะชิ้นงานของเธอมีผู้สนใจและจองไปแล้ว 4 ชิ้น เธอบอกว่าเธอเองก็ Doki Doki เหมือนกันแฮะ

IMG_3194IMG_3192IMG_3183

อาญะเคยเป็นครูสอนศิลปะที่โรงเรียนญี่ปุ่นในประเทศไทยเป็นเวลา 5 ปี ด้วยความรักในศิลปะทําให้เธอตัดสินใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาการออกแบบเครื่องประดับ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
เธอรู้สึกสนุกมากกับการเดินทางในประเทศไทย การสังเกตผู้คนในระบบขนส่งมวลชนของประเทศไทยทําให้เกิดเป็นผลงานชุดแรกที่มีชื่อว่า รถเมล์สาย 8 ผลงานรถเมล์สาย 8 ทําให้เธอได้รู้ถึงเสน่ห์ของการเคลื่อนไหว เพราะแม้จะไม่สามารถสื่อสารทางภาษาได้แต่ ผลงานเคลื่อนไหว ทําให้ผู้คนที่ได้ดูงานของเธอต่างดูมีความสุข ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หัวใจของเธอพอง โตและร้องว่า Doki Doki

IMG_3174

ทุกชิ้นให้ความรู้สึกเป็นเครื่องประดับกลัดไว้ที่อวัยวะต่างๆ ขยับ โยก ส่าย เล็กน้อยโดยมีเธอเป็นผู้ดูแลและแนะนำการเล่นให้

IMG_3196IMG_3204IMG_3175IMG_3172IMG_3173

อย่างชิ้นด้านบนนี้ เป็นชิ้นที่ใหญ่ที่สุดในทุกชิ้น ชื่อ วาคุ วาคุ หรือ ห่วงยาง แสดงความรู้สึกพองโต และที่เป็นห่วงยางมาจากการคลี่คลายฟอร์มจากความรู้สึกว่าห่วงยางคือสัญลักษณ์ของการเล่นในวัยเด็กที่ประกอบไปด้วยความพองโต เบิกบาน ความสุขในจังหวะนั้นๆ วิธีคือเอาตัวสวมเข้าไปจะรู้สึกถึง วาคุ วาคุ ไปเองเพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย (อุปทานหมู่ไหม ไม่รู้ แต่ที่รู้คือแอบถ่ายไว้เล่น Boomerang สนุกมาก)

IMG_3187

อันนี้ชื่อว่า Bi Bi คืออาจจะมุมิที่สุดแล้วเพราะน้องหัวใจออกมาชัดเจนขนาดนี้ บิ๊ บิ๊ นั้นง่ายมากคือ เมื่อเจอคนที่เราแอบชอบ Bi Bi ทันทีฮะ (ขอบคุณซูกัสที่เป็นแบบการ บิ๊ บิ๊ ที่แท้จริมให้)

IMG_3190IMG_3163IMG_3167IMG_3166IMG_3165IMG_3164IMG_3156IMG_3159

อันนี้เป็นชิ้นส่วนการทดลองของกระบวนการทำที่ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง มาประกอบกันให้ดูเป็น Design Process ที่ค่อนข้างละเอียดจริงฮะ

IMG_3199

ถือว่าเป็นการมา ATTA Gallery ครั้งแรกที่สนุกสุขสันต์เสียจริง สุดท้ายนี้แอบถามอาญะว่าอยู่กรุงเทพฯมานานขนาดนี้ ไม่คิดถึงญี่ปุ่นหรอ อาญะตอบว่า ก็กลับไปเวลาคิดถึงซูชิ แค่นั้นเอง

ติดตามนิทรรศการที่น่าสนใจอื่นๆ ที่ได้ที่ Contact: Atta Gallery

FB: My Curator Collections | Instagram: My Curator Collections

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s